วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ผลการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยที่ผ่านมา

  ชาริล ชัปปุยส์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กลายเป็นฮีโร่ของทีมชาติไทยอีกครั้งเมื่อซัดคนละประตูช่วงท้ายเกมช่วยให้ทีมชาติไทยพลิกชะตาเอาชนะมาเลเซียด้วยสกอร์รวม 4-3 ครองจ้าวอาเซียนในรอบ


คืนความสุขให้แฟนบอลได้เฮ แพ้2-3แต่ประตูรวมเฉือนชนะ ‘เมสซี่เจ-ชัปปุยส์’รับบท‘ฮีโร่’
สิ้นสุด 12 ปีที่รอคอย! ขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014” มาครองได้สมใจหลังทำเอาแฟนบอลชาวไทยใจหายทั้งประเทศ เมื่อโดน “เสือเหลือง” มาเลเซีย เจ้าถิ่นนำไปก่อน 3-0 ก่อนจะมายิง 2 ประตู ใน 10 นาทีสุดท้าย จากพ่อรูปหล่อ ชาริล ชัปปุยส์ กับ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ให้ไทยจบด้วยการแพ้มาเลย์ 2-3 แต่ประตูรวมชนะ 4-3 ได้เถลิงบัลลังก์แชมป์สร้างความสุขส่งท้ายปีให้คอบอลพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งชาติ รับเงินรางวัลบวกอัดฉีด 25 ล้านบาทไปแบ่งกัน ขณะที่ชนาธิป ผู้กดประตูที่ 2 ยังได้รับรางวัลเอ็มวีพี นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกต่างหาก
การแข่งขันศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014” รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่สนามบูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง “เสือ เหลือง” มาเลเซีย ต้อนรับการมาเยือน “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งในนัดแรกทีมไทยเป็นฝ่ายเอาชนะมาได้ก่อน 2-0 ขอเพียงแค่เสมอหรือแพ้แค่ 1 ลูกก็จะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4 และจะเป็นการคัมแบ็กกลับมาคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีทันที
โดยเกมนี้ทั้ง 2 ทีมเล่นกันท่ามกลางสนามที่เปียกเล็กน้อย เนื่องจากก่อนเกมประมาณ 5 ชั่วโมงมีฝนเทตกลงมา ขณะเดียวกันก็มีแฟนบอลเจ้าถิ่นเข้ามาชมการฟาดแข้งเต็มความจุกว่า 1 แสนที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีกองเชียร์ไทยทั้งที่เดินทางมาจากประเทศไทยและทำงานอยู่ที่มาเลเซียรวมตัวกันมาเชียร์ทีมช้างศึกประมาณ 2 พันคนอีกด้วย
ในการประชุมทีมก่อนออกเดินทางจากโรงแรมที่พักมายังสนาม “บิ๊กเษม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมของทีมชาติไทย ได้กล่าวเตือนสตินักเตะทุกคนให้เล่นอย่างมีวินัยทั้งเกมรุกและรับ อย่าเสียสมาธิโดนใบเหลืองใบแดงง่ายๆ หากถูกยั่วยุ พร้อมทั้งยังบอกว่าเรามีโอกาสเข้าใกล้แชมป์มากที่สุด ขอให้ฮึดอีกแค่อึดใจเดียวก็จะเป็นแชมป์แล้ว นอกจากนี้ยังกระตุ้นปลุกใจนักเตะให้สู้ตาย โดยบอกว่าเราคนไทยไม่เคยเสียเอกราชให้กับใคร ไม่ว่าใครหน้าไหนเราก็ไม่เกรงกลัวทั้งนั้น เราจะสู้เพื่อชื่อเสียงของประเทศ เพื่อในหลวง และเพื่อคนไทยทั้ง 70 ล้านคนที่เชียร์เราอยู่ทางบ้าน เราจะต้องเอาแชมป์กลับบ้านเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยให้ได้
ขณะที่กุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า มั่นใจว่านักเตะไทยจะไม่สะทกสะท้านกับเสียงเชียร์ของแฟนบอลชาวมาเลเซีย 1 แสนคนในสนามบูกิต จาลิลแน่นอน เพราะเคยผ่านสมรภูมิในซีเกมส์และเอเชียนเกมส์มาแล้ว พร้อมกันนี้ยังยืนยันด้วยว่า หากกองเชียร์มาเยอะเท่าไหร่จะทำให้ทีมไทยเล่นได้มันยิ่งขึ้นมากเท่านั้น
ขณะที่บรรยากาศหน้าสนามบูกิต จาลิล ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นนั้นแฟนบอล “เสือเหลือง” มาเลเซีย เดินทางมาถึงสนามตั้งแต่ช่วงเที่ยง แม้ว่าต่อมาจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่หวั่น ขณะเดียวกันก็มีแฟนบอลไทยหลายสิบคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีตั๋วเข้าชมเกมนี้ เนื่องจากตั๋วได้จำหน่ายหมดไปแล้ว ทำให้ต้องผิดหวังไปตามๆกัน
ในส่วนแฟนบอลที่มาจากประเทศไทย และมีตั๋วชัวร์ๆอยู่ในมือแล้วร่วมร้อยคนต่างเดินทางมารวมตัวกันหน้าสนามพร้อมกับมาบูมเชียร์กันอย่างสนุกสนาน แม้ว่าจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักแต่ทุกก็ยังอยู่ในอารมณ์สนุกสนาน ร้องเพลงเชียร์รอรับแชมป์
จากนั้นเวลา 16.45 น. บรรยากาศในสนามบูกิตจาลิลเริ่มที่จะคึกคักขึ้นเรื่อยๆบรรดาอุลตร้ามาลายา กองเชียร์พันธุ์ดุของ “เสือเหลือง” มาเลเซีย รวมพลกันกว่า 3,000 คนหน้าสนาม ก่อนจะร้องเพลงกันอย่างสนุก ทว่าได้มีการจุดพลุแฟร์ขึ้น จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้าไประงับเหตุทันใด จนหวิดจะวางมวยกันก่อนเข้าสนามแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์บานปลายเกิดขึ้น
ขณะที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจนักเตะพร้อมคณะผู้บริหารจากสมาคมฟุตบอลฯ อย่าง พ.อ.(พิเศษ) วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมลูกหนังไทย โดยยังยืนยันว่า ยอดอัดฉีดหากทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์ได้จะรับเงินอัดฉีดทันที 25 ล้านบาท โดยมาจากโหลทอง โฮลดิ้ง ที่ประกาศอัดฉีดตั้งแต่แรกแล้ว 7 ล้านบาท, สมาคมฟุตบอลฯ 5 ล้านบาท, รางวัลแชมป์เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 6.4 ล้านบาทและโบนัสอัดฉีดในแต่ละนัดอีกเป็นจำนวน 7 ล้าน รวมเบ็ดเสร็จ 25 ล้านเศษๆมีให้กับนักเตะทีมชาติไทยชุดนี้แน่นอน
จากสถิติในศึกอาเซียน คัพ ระหว่างไทยกับมาเลเซีย เจอกันมาทั้งหมด 12 ครั้ง ไทยชนะ 7 แพ้ 2 เสมอ 3 ครั้ง ยิงได้ 17 เสีย 9 ประตู ราคาต่อรองฟุตบอลซูซูกิคัพรอบชิงนัดสองระหว่างมาเลย์กับไทยที่นัดแรกไทยเปิดบ้านชนะมาได้ก่อน 2-0 เมื่อ 17 ธ.ค.57 นั้นปรากฏว่าโต๊ะเรตเปิดราคาออกมาชนิดที่มองว่าไทยจะคว้าแชมป์ไปครองได้มากกว่า โดยหากแทงไทยเป็นแชมป์นั้นแทง 100 จะได้แค่ 5 บาท แต่หากแทงว่ามาเลย์จะเป็นแชมป์นั้นถ้าแทง 100 บาทจะได้เต็ม เสียแค่ 21 บาท จากราคาดังกล่าวนี้หมายถึงโต๊ะพนันนั้นมองว่าไทยมีโอกาสคว้าแชมป์ครั้งนี้สูงทีเดียว
สำหรับ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ทีมชาติไทย ที่ใช้ลงสนามในระบบ 4-3-3 เป็นไปตามคาด ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง 4 คน แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์ สุทธินันท์ พุกหอม กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กองกลาง 3 คน สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ และประกิต ดีพร้อม แนวรุก ริมเส้นด้านซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ด้านขวา อดิศักดิ์ ไกรษร และกองหน้าตัวเป้า เป็น “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์
เริ่มเกมครึ่งแรกแค่ 5 นาที กองเชียร์เสือเหลือง นับแสนชีวิตก็ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อจังหวะที่ สุทธินันท์ พุกหอม พยายามจะเข้าถึงบอล แต่ถูก ตาลาฮา นอร์ชาห์รุล บังบอลจนล้มไปด้วยกัน ผู้ตัดสิน ฟากานี ชาวอิหร่าน ชี้เป็นลูกจุดโทษให้เจ้าถิ่นหน้าตาเฉย ท่ามกลางความงุนงงของนักเตะช้างศึก ก่อนที่บินราฮิม ซาฟิค จะสังหารผ่านนายทวาร กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นประตูให้มาเลเซียขึ้นนำไทย 1-0 สกอร์รวม 1-2
หลังเสียประตูแข้งไทยพยายามรวบรวมสมาธิ จนมาถึงนาทีที่ 10 กองเชียร์เจ้าบ้านใจหายวาบ เมื่อ กองหลังส่งลูกคืนให้ มาริฮัส ฟาริซาล ผู้รักษาประตูมาเลเซีย ก่อนจะเตะสวนออกมาถูกอดิศักดิ์ ไกรษร กระโดดบล็อก บอลกระเด้งเกือบเข้าประตูตัวเอง
นาทีที่ 20 อมิรุดดิน อาฟีฟ เข้าบอลแรงใส่ชาริล ชัปปุยส์ จากด้านหลัง ผู้ตัดสินควักใบเหลืองให้ทันที จากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้โอกาสซัดนอกกรอบด้วยเท้าซ้าย บอลแฉลบพื้นเข้ากรอบ ต้องให้มาริฮัส ฟาริซาล ออกแรงเซฟ
นาทีที่ 27 อัมรี ยายา เป็นนักฟุตบอลคนที่ 2 ของเจ้าบ้าน ที่รับใบเหลือง หลังสอย เกริกฤทธิ์ จากด้านหลังอย่างน่าเกลียด ก่อน 3 นาทีต่อมามาฮายุดดิน อินดรา ก็มาเสียใบเหลืองติดๆกันอีก หลังเล่นนอกเกมใส่ชาริล ชัปปุยส์
จากนั้นนาทีที่ 32 ไทย เกือบได้ประตูเสมอ หลังนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม เติมขึ้นมาเปิดบอลเข้ากลางบอลผ่านอดิศักดิ์ ไกรษร หลุดมาถึง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยิงคนเดียว แต่เจ้าก้องยิงออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 40 กองหลังไทยพลาด ปล่อยให้บอลหลุดมาถึงตาลาฮา นอร์ชาห์รุล ยิงจ่อๆหน้าประตู ดีที่กองหลังไทยตามมาบล็อกได้ทันหวุดหวิด
ท้ายเกมผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้อดิศักดิ์ ไกรษร หลังผู้ตัดสินมองว่าเจตนาถ่วงเวลาตอนเจ็บ ก่อนเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้โอกาสยิงอีกครั้ง แต่ยังไม่ผ่าน มาริฮัส ฟาริซาล นายทวารเสือเหลือง กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งแรก กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮอีกครั้ง เมื่อนอร์ชาห์รุลเปิดบอลทางริมเส้นฝั่งขวามาทางเสา 2 กองหลังไทย รวมถึง กวินทร์ออกมากะจังหวะพลาดทำให้มาฮายุดดิน อินดรา สอดมากระโดดโขกจากด้านหลังบอลเข้าประตูไปให้มาเลเซียนำไทย 2-0 สกอร์รวมเท่ากัน 2-2 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
เกมครึ่งหลังมา 2 นาที ไทยเกือบได้ประตู จากจังหวะที่เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หลุดไปยิงแฉลบบอลออกหลังไป แต่นาทีที่ 57 ทีมเสือเหลือง กลับมาได้ประตูเพิ่มอีก เมื่อได้ลูกฟรีคิกระยะมีลุ้น บินราฮิม ซาฟิค ปั่นบอลโค้งข้ามกำแพง บอลฮุกเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวย มาเลเซียนำไทย 3-0 ประตูรวมแซงนำ 3-2 ไปแล้ว
เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง ไทย ขยับเปลี่ยนตัว โดยส่งศราวุธ มาสุข ลงมาแทน ประกิต ดีพร้อม และนาทีที่ 67 ไทย มีโอกาสบ้าง เมื่อได้ลูกเตะมุม ชาริล ชัปปุยส์ เปิดให้ศราวุธ มาสุข กระโดดโหม่ง แต่บอลไม่เข้ากรอบ นาทีต่อมา มาเลเซียเปลี่ยนประตูอีก โดยส่งอาห์เหม็ด มุสลิม ลงมาแทน อมิรุดดิน อาฟีฟ ที่เจ็บเล่นต่อไม่ไหว
นาทีที่ 80 ไทย ได้ฟรีคิกระยะ 20 หลา นอกกรอบเขตโทษ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งข้ามหลอกให้ สารัช อยู่เย็น ปั่นโค้งข้ามกำแพง นายทวาร มาริฮัส ฟาริซาล ปัดบอลได้จังหวะแรก แต่ชาริล ชัปปุยส์ วิ่งตามซ้ำเปรี้ยงเดียวตุงตาข่ายให้ไทยไล่มา 1-3 ประตูรวมเสมอ 3-3 แต่ทีมไทยได้เปรียบอเวย์โกลทันที
3 นาทีต่อมา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทั้งสองทีม โดยให้ซาฟีที่มาเข้าบอลใส่สารัช อยู่เย็น อย่างจงใจเตะ และให้ชาริล ชัปปุยส์ โทษฐานโวยผู้ตัดสิน
จากนั้นนาทีที่ 86 กองเชียร์ไทยได้เฮกันทั้งประเทศ เมื่อศราวุธ มาสุข ได้บอลลุยมาจากริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจ่ายให้อดิศักดิ์ ไกรษร ดึงบอลหนึ่งจังหวะ แล้วไหลให้ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กดซัดเปรี้ยงเดียวด้วยซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด ให้ไทยไล่มา 2-3 ประตูรวมไทยนำ 4-3 ก่อนจะหมดเวลาด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ทีมชาติไทย แม้จะบุกแพ้ 2-3 แต่ประตูรวม เฉือนเอาชนะ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ไปได้ 4-3 คว้าแชมป์เอเอฟเอฟซูซูกิคัพมาครองได้เป็นครั้งแรก ในรอบ 12 ปี และเป็นแชมป์ถ้วยอาเซียนรายการนี้เป็นสมัยที่ 4 สูงสุดเท่ากับทีมชาติสิงคโปร์
ที่บ้านเสนาเมือง เลขที่ 66/1 หมู่ 10 บ้านศรีประเสริฐ ต.วังชัย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น บ้านเกิดของซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ประเทศเมียนมาร์, คว้าอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ ประเทศเกาหลีใต้ และหัวหน้าผู้ฝึกสอนชุดซูซูกิคัพ ครั้งล่าสุด มีบรรดาเพื่อนบ้านนับร้อยคนพากันสวมเสื้อทีมชาติไทยและเสื้อที่มีสัญลักษณ์ธงชาติไทย มารอชมและเชียร์อย่างคึกคัก โดยมีการนำจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่มาติดตั้งบริเวณลานหน้าบ้าน เพื่อให้ทุกคนร่วมส่งใจไปเชียร์ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ ที่ประเทศมาเลเซีย
นายสุริยา เสนาเมือง อายุ 70 ปี และนางริสม เสนาเมือง อายุ 69 ปี บิดา-มารดาของซิโก้ กล่าวว่า วันนี้เป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับทีมชาติไทย แม้จะเอาชนะในนัดแรกมา 2 ประตูต่อ 0 แต่เชื่อมั่นว่าลูกชายจะนำแชมป์กลับมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ จึงขอแรงเชียร์ของคนไทยทั่วประเทศได้ส่งกำลังใจไปให้ทีมชาติไทยด้วย และหากทีมชาติไทยคว้าแชมป์ ตนจะเลิกสูบบุหรี่ทันที
การคว้าแชมป์ของทีมชาติไทยในครั้งนี้ ได้รับเงินรางวัลจากเอเอฟเอฟ จำนวน 200,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,400,000 บาท ขณะที่“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ผู้ที่ซัลโวประตูที่ 2 ในเกมนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเตะทรงคุณค่า เอ็มวีพี ประจำทัวร์นาเมนต์ โดยเจ้าตัวได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 320,000 บาท ชนาธิปเปิดเผยว่า เป็นแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่ตนขอมอบให้เป็นของขวัญของชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่คืนก่อนนัดชิงชนะเลิศ ตนฝันว่ายิงได้ 1 ประตู และทีมชาติไทยเป็นแชมป์ ซึ่งมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ช่วยกันเล่นจนสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ รวมไปถึงขอบคุณแฟนๆชาวไทยที่ตามมาเชียร์ถึงที่นี่ และที่ประเทศไทยด้วย แม้เราจะเป็นช้าง แต่เป็นช้างศึกที่มาคว้าแชมป์ในถ้ำเสือ รู้สึกภูมิใจมาก” ชนาธิปกล่าว
ส่วน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมช้างศึก เปิดเผยว่า ขอชื่นชมลูกทีมทุกคนที่มีสมาธิกับเกม สวมหัวใจสิงห์เข้าสู้ และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ส่วนตัวแล้วแม้ว่าโดนนำ 3-0 แต่ก็นึกอยู่ในใจเสมอว่าจะทำประตูได้
สำหรับทีมชาติไทยจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 21 ธ.ค. ออกจากสนามบินนานาชาติ กัวลาลัมเปอร์ อินเตอร์เนชันแนล แอร์พอร์ต 2 ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่เอฟดี 320 ในเวลา 13.55 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองในเวลา 15.00 น.
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมช้างศึก กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาพวกเราทำงานหนักกันมาตลอด 2 ปี สุดท้ายแล้วสามารถทวงแชมป์กลับมาได้ เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ การทำงานถือว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีศึกใหญ่ๆรออยู่อีก ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ ปรีโอลิมปิก และคัดฟุตบอลโลก ซึ่งตรงนี้จะทำให้ดีที่สุด และที่สำคัญไม่แพ้กัน ต้องขอขอบคุณแฟนบอลและนักเตะทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาตลอด
ทั้งนี้ ซิโก้-เกียรติศักดิ์เปิดเผยว่า หลังจบเกมได้รับโทรศัพท์จากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความยินดีกับชัยชนะถือเป็นการสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ และการคว้าแชมป์ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพอ พระทัยเป็นอย่างมาก
ขณะที่ “บิ๊กเษม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่รอคอยมานาน ขอมอบแชมป์ซูซูกิ คัพ ให้เป็นของขวัญคริสต์มาส และของขวัญปีใหม่ของชาวไทยทุกคน ส่วนตัวตื่นเต้นไม่น้อยเลย แต่เท่าที่คลุกคลีกับฟุตบอลมาก็ต้องยอมรับว่าฟุตบอลก็เป็นเช่นนี้ มีเรื่องตื่นเต้นให้ลุ้นตลอด ไม่ต่างจากหนังเรื่องเจมส์บอนด์ที่สุดท้ายแล้วก็จะเป็นทางของพระเอกที่จะเป็นฮีโร่ในท้ายที่สุด
บรรยากาศที่บริเวณหน้าสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ถนนหัวหมาก บริษัทซูซูกิได้นำจอดิจิตอลขนาดใหญ่พร้อมเครื่องเสียงมาติดตั้งบริเวณด้านหน้าบันไดทางเข้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น.มีแฟนบอลทยอยเข้าจับจองที่นั่ง ภายในงานเต็มไปด้วยความครึกครื้น มีการเล่นเกมชิงรางวัลจากนักเตะทีมชาติไทยรุ่นเก๋า อาทิ ธชตวัน ศรีปาน กระทั่งเวลา 19.00 น. เกมจึงเริ่มขึ้นบรรยากาศแฟนบอลที่สนามราชมังคลาฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทยอยมาจนเต็มลาน ด้านหน้าหลายพันคนเมื่อกรรมการเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันได้เพียงไม่กี่นาที แฟนบอลไทยต้องเงียบเสียงลงเมื่อมาเลเซียได้จุดโทษ ระหว่างที่นักบอลตั้งลูก แฟนบอลเอาแต่นั่งสวดภาวนาไม่ให้เข้า แต่มาเลเซียก็ยิงนำไป 1 ประตูต่อ 0 ครึ่งแรกไทยโดนนำ 3-0 แฟนบอลบางส่วนเริ่มทยอยกลับ ต่อมาเริ่มเกมครึ่งหลังแฟนบอลชาวไทยได้กระโดดกอดกันดีใจพร้อมกันทั้งสนามเมื่อทีมชาติไทยยิงตีไข่แตกได้สำเร็จ และมีกำลังใจร้องเพลงเชียร์ทีมชาติไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน จนได้เฮลั่นอีกครั้งเมื่อไทยได้เพิ่มอีก 1 ประตู แฟนบอลต่างโผเข้ากอดกัน ตะโกนโห่ร้อง เต้นรำทำเพลงกันยกใหญ่ ก่อนจะช่วยกันนับถอยหลังจนกรรมการเป่าหมดเวลา

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทุ่งทานตะวัน จ.สระบุรี


    เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ฤดูกาลท่องเที่ยว ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี  ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็น อย่างมากจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด และในทุกปีจังหวัดสระบุรี จะจัด เทศกาลทุ่งทาน ตะวันบาน ในทุกปี สลับหมุนเวียนไปในแต่ละอำเภอ / พื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชื่นชม และถ่ายภาพ เป็นที่ระลึก ตลอดจนการ ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกทานตะวัน การนำเอาผลผลิตจาก เมล็ดทานตะวันไป ใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภครวมทั้งการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เมล็ดทานตะวันคั่วสด ๆ จากไร่ หรือหาซื้อน้ำผึ้งทานตะวันเป็นของฝากจังหวัดสระบุรีมีพื้นที่ปลูกทานตะวันนับหลายหมื่นไร่ บริเวณเขตติดต่อ ระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก รวมทั้งในอีก หลายอำเภอของสระบุรี เช่น อำเภอพระพุทธบาทแก่งคอย หนองโดน หนองแคและมวกเหล็ก แต่ที่อำเภอ วังม่วงจะมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด
    นักท่องเที่ยวสามารถ วางแผนการเดินทางมาท่องเที่ยว ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี ได้ตลอดเวลาเลือกชมได้ ในหลายๆ พื้นที่ โดยแต่ละแห่ง แต่ละ พื้นที่จะมีความสวยงามและกิจกรรมการจัดงานแตกต่างออกไป นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการขับรถชมทุ่งทานตะวันท่ามกลางบรรยากาศเนินเขา ทุ่งหญ้า ฟาร์มม้า โคนม และ ไร่องุ่น สามารถเลือกชมและท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันได้ในพื้นท ี่อำเภอวังม่วง และมวกเหล็ก บรรยากาศการ ท่องเที่ยว ของสองอำเภอนี้เหมาะสำหรับท่องเที่ยวแบบครอบครัว ขับรถชมทิวทัศน์ ชมธรรมชาติ ท่ามกลาง สาย ลมหนาว ที่พัดผ่านที่ราบเชิงเขา ชมทุ่งทานตะวันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พักผ่อนรีสอร์ตกับครอบครัวอย่างมีความสุข ทานตะวันจะบานสะพรั่งสวยงามในสองอำเภอนี้มากที่สุด ในช่วง ระหว่าง เดือนธันวาคมและมกราคม ในช่วง เวลาอื่นๆ จะมีบานสะพรั่งเป็นพื้นที่ๆ
     สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการชมทุ่งทานตะวันในหุบเขาแบบแรลลี่ครอบครัว จะพบกับความงดงามของ ทุ่งทานตะวันเต็มหุบเขา ที่ตำบลหินซ้อน และตำบล ท่าคล้อ ของอำเภอแก่งคอย ทานตะวันจะบานสะพรั่งใน ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมมากที่สุด เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบแรลลี่ชมทุ่งทานตะวัน ในพื้นที่อำเภอ แก่งคอยนี้ทุ่งทานตะวันจะบานสะพรั่งมากที่สุดกว่า 20,000 ไร่ ในหลายตำบล นักท่องเที่ยวที่ต้องการ นั่งรถไฟ ผ่านทุ่งทานตะวันต้องนั่งรถไฟ สายกรุงเทพฯ-หนองคาย เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ตำบบลท่าคล้อ หินซ้อน ของอำเภอแก่งคอยตลอดแนวสองข้างทางรถไฟ จะพบกับทุงทานตะวัน เหลืองอร่ามท่ามกลางสายลมหนาวพัด เย็นสบาย หากจะนั่งรถไฟผ่าน ทุ่งทานตะวัน ขอแนะนำให้นั่งรถช่วงระหว่างกลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือน จะไม่ผิดหวัง
พื้นที่จังหวัดสระบุรีที่มีการปลูกทุ่งทานตะวัน
- ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ
- ต.นายาว อ.พระพุทธบาท
- ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย
- ต.แสลงพัน อ.วังม่วง
- ต.บ้านกล้วย อ.หนองโดน
- ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก
สามารถดูตารางการเที่ยวชมทุ่งทานตะวันตามสถานที่ต่าง ๆในแต่ละปี ได้ที่เว็บไซต์จังหวัดสระบุรี
แผนที่ทุ่งทานตะวัน

ใหม่ Samsung Gear S ล้ำกว่าใคร


Revolutionary Stylish image

Samsung GALAXY Gear S

Revolutionary Stylish

พลิกโฉมความสง่างาม

ชิ้นงานการออกแบบในอุดมคติ

Samsung Gear S ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมกับจอแสดงผล Super AMOLED แบบโค้งสวยงาม สวมใส่สบาย หน้าปัดนาฬิกา สามารถปรับแต่ง และสายรัดข้อมือก็สามารถถอดเปลี่ยนให้คุณ สร้างสรรค์สไตล์ของตัวเองได้ตามใจทั้งยัง สวยชวนมองด้วยรูปลักษณ์ของระบบที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม ใช้ งานง่าย ให้คุณเข้าถึงข้อมูลสำคัญและการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ทันที
Advanced communicator image

Advanced communicator

ที่สุดแห่งอุปกรณ์สื่อสาร

สื่อสารและเชื่อมต่อได้ลงตัวยิ่งขึ้น

ด้วยคุณสมบัติในการเชื่อมต่อผ่าน 3G, Wi-Fi และ Bluetooth ทำให้คุณสามารถใช้ Samsung Gear S เพื่อโทรออก/รับสาย และส่งข้อความได้แม้ไม่มีโทรศัพท์มือถือติดตัว จะพิมพ์ข้อความก็ทำได้ทันทีด้วย onscreen keyboard ที่รองรับมากถึง 69 ภาษาด้วยกัน


Smart Features as a computer imageSmart Wearable Experience

ประสบการณ์ใหม่แห่งการสวมใส่

สร้างนิยามใหม่ให้อุปกรณ์สวมใส่แห่งยุค

             Samsung Gear S ทำให้คุณรู้สึกคล่องตัวและกระตือรือร้น ที่จะให้คุณไม่หยุดอยู่กับที่ ด้วยแอพและคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวต่างๆ สามารถนำทางคุณไปสู่จุดหมายได้ด้วยการบอกทิศทางเดินชัดเจนแบบ turn-by-turn แล้วยังมาพร้อมคุณสมบัติการสั่งการด้วยเสียง S Voice ให้ใช้งานต่างๆ ได้โดยปราศจากมือควบคุม รวมทั้งสามารถเลือกอัพเดทข่าวสารได้ตลอด 24 ชม. และใช้ S Health เพื่อเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพของคุณได้อีกด้วย



Health mate for a healthy habit imagePersonal fitness monitor

อุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนตัว

ผู้ช่วยเรื่องสุขภาพของคุณ

Samsung Gear S เป็นอุปกรณ์เพื่อสุขภาพร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพร่างกายหลากหลายชนิด แล้วยังมีระบบ
ระบุพิกัด GPS รวมกับคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของ 
S Health จะช่วยสนับสนุนและให้คำแนะนำในการ
ออกกำลังกาย ไปพร้อมๆ กับสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้เสมอ



วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ยอดดอยม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่


    ม่อนแจ่ม  ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม  ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาทีเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม  ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบ มองเห็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ ไม่มากนักสามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบาย  ม่อนแจ่ม"อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้าน เรียกว่ากิ่วเสือเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกผิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เข้า โครงการหลวงหนองหอย เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะของแค้มปิ้งรีสอร์ท 

  บริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยภายในมีแปลงผักและงานวิจัย ผักเมืองหนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชม หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย แต่ถ้าใครกลัวหลง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อย ของหมู่บ้านชาวเขา บริการนำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขา 

รีวิว Samsung UA55HU9000K UHD T

เทรนด์ใหม่จอโค้ง !!! รีวิว Samsung UA55HU9000K UHD TV ตัวท็อปพร้อมประจัญบาน

      "การยึดติด" เป็นสาเหตุหลักที่มักขัดขวาง "การพัฒนา" ไม่ว่าจะเป็นในด้านของตัวบุคคลหรือแม้กระทั่งสินค้าต่างๆ อาทิเมื่อก่อนเรายึดติดว่าโทรศัพท์มือถือมันต้องเป็นแบบปุ่มกดเท่านั้น แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ณ ตอนนี้เราแทบจะมาโทรศัพท์มือถือแบบจอกดไม่ได้เพราะเปลี่ยนมาเป็นจอระบบสัมผัสกันหมดแล้ว จึงเป็นบทเรียนให้อดีตแบรนด์มือถือเบอร์ 1 แอบตกต่ำจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะความ "ยึดติด" และตลอดจน "กลัวการเปลี่ยนแปลง" ! นวัตกรรมใหม่ๆเช่นกันจำเป็นต้องมีบุคคลากรที่กล้าคิดกล้าทำ นำเสนอนวัตกรรมที่ดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของบริโภคที่ไม่มีที่สิ้นสุดและยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอีกต่างหาก Samsung เองก็ได้เปิดตัวทีวี "จอโค้ง" ความละเอียดระดับ Ultra High Definition 4K (UHD) อาจจะเกิดทำถามในใจขึ้นว่า"จะโค้งทำแมวอะไร ?" ซึ่งตามหลักแล้วต้องย้อนถามกลับบ้างว่า "ทำไมทีวีต้องจอเรียบแบน?" ในเมื่อสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ก็ไม่ได้แบนซักหน่อย รวมถึงดวงตาของเราก็เป็นรูปร่างโค้งนูนมิได้แบนราบอย่างที่เรา "ยึดติด"  ด้วยหลักการที่ว่าจึงเป็นเหตุผลที่ว่าการออกแบบทีวีให้เป็นจอโค้งนั้นเพราะมันจะสอดรับสายตา โอบล้อมโสตสัมผัสของเราพอดีนั่นเอง ถือว่าเป็นทีวีตัวแรกๆที่ทำลายกำแพงที่ทำลายความเชื่อเดิมๆว่าทีวีจะต้องจอแบนเรียบอย่างเดียวเท่านั้น 

Samsung Curved UHD TV UA55HU9000K
- UHD Resolution 3840 x 2160
- UHD Upscaling
- Quamatic
- Aero Design
- 3D Active
- 60 Watts sound output
- HDMI x 4
- USB x 3
- Built-In Camera
- Motion Control
- Voice Control
ราคาเปิดตัว 129,990 บาท
หลังจากเปิดตัวในกรุงเทพมหานครไปแล้ว ทาง Samsung ก็ได้ส่ง Samsung Curved UHD TV รุ่น UA55H9000K LED ความละเอียดระดับ Ultra High Definition แบบจอโค้ง ซึ่งเป็นตัวท็อปสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกนี้มาให้ทางผมได้ทดสอบกันแบบลึกซึ้ง แบบนี้ก็เปรี้ยวปากทีมงานหละครับได้ทั้งความละเอียดและดีไซน์โค้งในตัวเดียวแบบนี้
UA55HU9000K มีขนาดจอใหญ่ถึง 55"  มีดีไซน์แบบ Curved หรือโค้งเว้าแบบจอโรงหนัง IMAX ขอบจอมีความบางเฉียบให้ภาพดูลอยอยู่บนอากาศแบบเต็มตา (Aero Curve) สันขอบด้านบนและด้านข้างเป็นแถมโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา ขาตั้งดีไซน์เป็นแผ่นอลูมิเนียมแฮร์ไลน์ทรงโค้งเข้ากันดีกับจอภาพด้านบน  เหมือนยกให้ตัวจอทีวีลอยอยู่บนอากาศ ส่วนด้านบนมี "กล้องฟรุ้งฟริ้ง" ป็อปอัพแบบเอานิ้วกดแล้วมันจะเด้งดึ๋งส์ขึ้นมาสำหรับตรวจจับ Motion Control และเป็นกล้องสำหรับการคุย Video Call อย่าง Skype เป็นต้น ด้านหลังมีดีไซน์เรียบๆไม่มีช่องต่ออะไรเลยเพราะย้ายศูนย์รวมช่องต่อไปไว้ที่กล่อง One Connect ทั้งหมด ส่วนรีโมทคอนโทรลให้า 2 แบบได้แก่แบบธรรมดาและแบบ Smart Touch Control ซึ่งเปรียบเสมือเมาส์ไร้สายอีกด้วย โดยรวมแล้วเนื่องจากเป็นตัวท็อปก็เลยจัดเต็มให้ทุกอย่าง
Samsung UA55HU9000DK Curved UHD TV จอโค้งตัวท็อป

ด้านหลังเรียบๆไม่มีช่องต่ออะไรมากนักเพราะใช้กล่อง One Connect เป็นศูนย์รวมช่องต่อแทน

ปุ่มกดแบบจอยสติ๊กสารพัดประโยชน์ด้านหลังของเครื่อง

ฐานตั้งทรงโค้งทำจากอลูมิเนียม

โค้งสอดรับกันดีทั้งตัวฐานและตัวจอ

กล้องฟรุ้งฟริ้งแบบป็อปอัพ ใช้นิ้วกดแล้วมันจะเด้งขึ้นมา


มุมด้านข้างจะเห็นความโค้งของตัวจอชัดเจนยิ่งขึ้น

รีโมทคอนโทรลทั้ง 2 แบบ 1) แบบธรรมดา 2) Smart Touch Control

Smart Touch Control หรือรีโมทแบบทัชแพด ใช้ควบคุมลูกศรบนทีวีได้อย่างอิสระเฉกเช่นเมาส์ไร้สาย
(คล้ายๆกับ Magic Remote ของ LG)
กล่อง One Connect มาพร้อมกับคอนเซปต์ Future Ready หรือรองรับอนาคต
นอกจากเป็นศูนย์รวมช่องต่อแล้ว หากอนาคตมีการอัพเกรดเช่นพอร์ทช่องต่อต่างๆก็แค่เปลี่ยนกล่อง One Connect
เป็นการอัพเกรดหลักการเดียวกับ Evolution Kit ที่เคยรีวิวไป
ช่องต่อจากกล่อง One Connect
- HDMI x 4 (HDMI 2.0 / HDCP 2.2)
- USB x 3
- Optical Out 1
- Lan x 1
- Antenna x 1
- AV x 2 
- Component x 1
- Audio Out (Mini Jack) x 1
- IR Out
- WiFi Direct
- Wireless Lan Built-In

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Samsung Galaxy Note 4

     Samsung Galaxy Note 4 : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์ อย่างเป็นทางการ ลองมาดูกันว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะน่าสนใจแค่ไหน

ในที่สุด Samsung ก็ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 4 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เรียกได้ว่า มาพร้อมกับสเปค ดีไซน์​ ที่ถูกปรับปรุงใหม่ รวมถึงยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Samsung Galaxy Note นั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับ Hi-End ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ ก็ได้รับความสนใจอยู่เสมอ ซึ่งในรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว เราลองมาดูกันครับว่า สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 4 รุ่นนี้ จะมีสเปคเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ลองมาชมกันเลยครับ

สเปคในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy Note 4

- ขนาดตัวเครื่อง 153.5x78.6x8.5 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 176 กรัม
- หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 (QHD) แบบ Super AMOLED
- ชิป Snapdragon 805 แบบ Quad-Core ความเร็ว 2.7 GHz หรือ Exynos 5433 แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.9 GHz
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
- กล้องดิจิตอลด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Smart OIS และ Auto focus
- กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล (f1.9)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB
- รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 64 GB
- รองรับการเชื่อมต่อ 3G, 4G LTE, WiFi, Bluetooth, NFC, IR LED
- ระบบ GPS และ A-GPS ในตัว
- รองรับการใช้งาน สแกนลายนิ้วมือ
- แบตเตอรี่ขนาด 3,220 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 4.4 (KitKat)
สำหรับ Samsung Galaxy Note 4 นั้นมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ ที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม สำหรับทำเป็นขอบตัวเครื่อง ส่วนฝาหลังก็จะเป็น Faux Leather ซึ่งโดยรวมเรียกได้ว่า ตัวเครื่องมีความหรูหรา มีระดับสมกับเป็นสมาร์ทโฟนระดับ Hi-End ของปีนี้อย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 4 นั้นมีความบางเพียง 8.5 มิลลิเมตร และ น้ำหนักเบาเพียง 176 กรัมเท่านั้น

หน้าจอความละเอียดระดับ QHD พร้อม เทคโนโลยี 2.5D Curved Glass บน Samsung Galaxy Note 4

สำหรับหน้าจอของ Samsung Galaxy Note 4 นั้นจะมาพร้อมกับขนาด 5.7 นิ้ว พร้อมความละเอียดระดับ QHD หรือ 2560 x 1440 พิกเซล แต่ความพิเศษของ Samsung Galaxy Note 4 ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ กระจกหน้าจอของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า 2.5D Curved Glass ซึ่งตัวกระจกจอเองจะมีความโค้งเล็กน้อย ซึ่งการที่กระจกมีความโค้งแบบนี้ จะช่วยให้หน้าจอมีความแข็งแรงทนทาน มากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรเลยทีเดียว

ปากกา S-Pen ที่ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น บน Samsung Galaxy Note 4

สำหรับปากกา S-Pen บน Samsung Galaxy Note 4 นั้นเรียกได้ว่า มีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมถึง เท่าตัว เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว ซึ่ง S-Pen บน Samsung Galaxy Note 4 นั้นจะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังใช้ปากกาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงกด หรือองศา และ การตอบสนองของ S-Pen ก็ตาม

กล้องดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บน Samsung Galaxy Note 4

Samsung Galaxy Note 4 นั้นมาพร้อมกับกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวขณะถ่ายหรือ OIS ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากกล้องบน Samsung Galaxy Note 4 นั้น ยังให้ภาพที่สว่างมากขึ้นอีกด้วย

ส่วนกล้องดิจิตอลด้านหน้านั้น ก็จะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ 3.7 ล้านพิกเซล (f1.9) ซึ่งถือว่ามีความละเอียดสูงกว่าเดิม เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่าย selfie นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ การถ่ายภาพแบบ 120 องศาด้วยกล้องหน้า เพื่อให้คุณถ่ายภาพ wefie ได้สนุกกว่าที่เคย

ฟีเจอร์ Fast Charging บน Samsung Galaxy Note 4

บน Samsung Galaxy Note 4 นั้น คุณจะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วกว่าที่เคย ซึ่งคุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่ จาก 0% ไปจนถึง 50% ด้วยเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ Samsung Galaxy Note 3 ต้องใช้เวลาถึง 55 นาทีเลยทีเดียว

Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกับไมโครโฟน 3 ตัว

หากคุณต้องใช้ สมาร์ทโฟนเพื่อบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการประชุม หรือการสัมภาษณ์ รวมถึงบันทึกช่วยจำก็ตาม การที่สมาร์ทโฟนมาพร้อมกับไมโครโฟนมากกว่า 1 ตัว จะช่วยให้คุณได้เสียงบันทึกที่ชัดเจนและสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดียิ่งขึ้น แต่สำหรับ Samsung Galaxy Note 4 นั้นมาพร้อมกับไมโครโฟนถึง 3 ตัว อีกทั้งยังสามารถจับตำแหน่งต้นทางของเสียงได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย

Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกับ 4 สีสันให้เลือก

Samsung Galaxy Note 4 นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี นั่นก็คือ Charcoal Black, Frost White, Bronze Gold และ Blossom Pink ซึ่งตัวเครื่องแต่ละสีสันนั้น ก็จะมีขอบโลหะที่มีสีสันแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นเดียวกัน

ฟีเจอร์ Transparency Widgets บน Samsung Galaxy Note 4

นอกเหนือจากสเปคของ Samsung Galaxy Note 4 ที่ถูกปรับปรุงใหม่แล้ว ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ บนระบบปฏิบัติการให้ได้ใช้งานกันด้วย โดยสำหรับฟีเจอร์ Transparency Widgets นั้น คือ Widgets ที่จะออกแนวโปร่งแสงเล็กน้อย เพื่อให้หน้าจอ Home Screen ของคุณดูกลมกลืน และ สวยงามมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ Multi Windows ที่ถูกปรับปรุงใหม่ บน Samsung Galaxy Note 4

สำหรับฟีเจอร์ Multi Windows บน Samsung Galaxy Note 4 นั้นถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วย คุณสามารถเปิดแอพพลิเคชันเพื่อใช้งานพร้อมกัน 2 ตัวได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยการควบคุมด้วย S-Pen

ฟีเจอร์ Smart Select บน Samsung Galaxy Note 4

ให้คุณ Crop ภาพหลายๆ ภาพ เพื่อส่งต่อไปยังอีเมล ได้อย่างง่ายดาย ด้วย S Pen บน Samsung Galaxy Note 4 ซึ่งแต่เดิมนั้น คุณจะสามารถทำได้ทีละภาพเท่านั้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจมากพอสมควร

ราคา และ วันวางจำหน่าย

สำหรับวันที่ รวมถึงราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy Note 4 นั้นยังไม่ได้ถูกระบุอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ดี ภายในงานได้มีการระบุเอาไว้แล้วว่า สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 4 นั้นจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือน ตุลาคม ซึ่งหากมีข้อมูลในส่วนของราคา และ วันที่อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ทีมงานจะรีบนำข่าวมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยสำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Thaimobilecenter แห่งนี้ครับ

ประวัติ เด็กหญิงขวัญฤทัย ครึ้มค้างพูล





ชื่อ : เด็กหญิงขวัญฤทัย   ครึ้มค้างพูล
ชื่อเล่น : แนนนี่
เกิดวันที่ : 27 มีนาคม 2543 
ที่อยู่ : 9 หมู่ 1 ตำบลพยาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
โรงเรียน : มวกเหล็กวิทยา
คติ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด